เป็นหนี้บัตรเครดิต ชีวิตติดลบ

หากเรามองไปรอบๆตัวเราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยมาโดยตลอด ตั้งแต่สภาพแวดล้อมโดยทั่วไปไม่ว่าจะเป็นตึกรามบ้านช่อง การแต่งกาย ที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ค่านิยมใหม่ๆที่มาพร้อมกับทัศนะคติที่เปลี่ยนไปของสังคมที่เปิดกว้างมากขึ้น อีกทั้งการเข้ามาของเทคโนโลยีที่ทำให้ชีวิตของเราสะดวกสบายมากขึ้น   ด้วยความทันสมัยเหล่านี้หลายๆคนจึงคิดที่อยากจะมีความสะดวกสบายไว้ในครอบครอง แต่..เมื่อมาคิดอีกทีคนที่จะมีพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆนาๆได้จะต้องมีเงิน …แล้วจะหาเงินได้จากที่ไหน… ตัวเลือกหนึ่งในใจใครหลายคนคงจะเป็น บัตรเครดิต เพราะการสมัครที่ง่ายดายพร้อมกับวงเงินในการใช้ที่มีไม่จำกัด และการจ่ายดอกเบี้ยต่อปีที่แสนจะถูกจึงทำให้ใครหลายคนเลือกที่จะยอมเป็นหนี้บัตรเครดิต   เพราะความสะดวก ใช้ง่าย รูดบัตรเพียงครั้งเดียวก็ได้สิ่งที่ต้องการมาอยู่ในมือ แต่ใครเล่าจะรู้ว่าท่านได้เข้ามาสู่วงจรหนี้บัตรเครดิตอย่างเต็มรูปแบบ

เดือนแรกๆของการมีบัตรเครดิตชีวิตเหมือนดั่งเทพนิยาย เสกสิ่งนั้นสิ่งนี้ได้เพราะบัตรเครดิต หารู้ไม่ว่าหนี้อันมหาศาลได้ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเพราะความไม่รู้จักขีดจำกัดความต้องการของตนเอง งวดแรกที่ใบแจ้งหนี้มายังพอส่งไหว พอเดือนถัดไปชักจะไม่ค่อยดี จนต้องขอทำเรื่องผ่อนชำระหนี้บางรายคุยดีก็ดีไป บางรายเจอทวงหนี้แบบโหดๆจนถึงขั้นทำร้ายร่างกายก็มีมาแล้ว หากผ่อนชำระไม่ไหวทางเจ้าหนี้ที่เราทำบัตรเครดิตหรือทำการขอสินเชื่อจะทำการฟ้องเราโดยทันที หากท่านสู้คดีไม่ได้ท่านอาจะต้องเสียทรัพย์ อาจจะถูกอายัตทรัพย์สิน และจะเป็นบุคคลที่ถูกทำการ backlist เสียเครดิตทางการทำธุรกรรมทางการเงินอย่างแน่นอน

ฉะนั้นไม่ว่าท่านจะมีความจำเป็นที่จะยอมเป็นหนี้บัตรเครดิตด้วยเหตุผลใดก็ตาม จงอย่าชะล่าใจในการจับจ่ายใช้สอยจากบัตรเครดิตเพื่อสนองความต้องการของตนหรือเพียงเพราะคิดว่าเราจ่ายไหว อยากให้ลองคิดในมุมกลับว่าถ้าหากวันใดเกิดชำระหนี้ไม่ทันจ่ายดอกไม่ไหว ตกงาน ขายของไม่ดี มีเหตุต้องใช้เงินด่วนเพราะต้องเข้าโรงพยาบาลจึงไม่สามารถหาเงินมาชำระหนี้บัตรเครดิตได้ ความหายนะจะมาเยือนท่านทันที จงอย่าใช่ชีวิตประมาท ตั้งตนอยู่ในความพอดี     รู้จักพอประมาณ ไม่ฟุ้งเฟื้อ ตามความทันสมัย เมื่อเรารู้เท่าทันความต้องการของตนเองแล้วท่านจะไม่เป็นหนี้บัตรเครดิต และชีวิตจะได้ไม่ติดลบอย่างแน่นอน